ประเภทผู้รับเหมาก่อสร้าง

ก่อนเลือก ควรเข้าใจว่าผู้รับเหมาที่คุณจะจ้างเป็นประเภทไหน เพราะมีความรับผิดชอบและระดับฝีมือต่างกัน:

ประเภทขอบเขตงานเหมาะกับโครงการ
ผู้รับเหมาใหญ่ (General Contractor)รับผิดชอบงานทั้งโครงการ จัดหา Sub-contractor เองบ้านหลังใหญ่ อาคารพาณิชย์
ผู้รับเหมาเฉพาะด้าน (Specialist)รับเฉพาะงาน เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา หลังคาต่อเติม ซ่อมแซมเฉพาะส่วน
ช่างรับเหมาอิสระรับเอง ทำเอง ใช้ทีมงานขนาดเล็กบ้านขนาดเล็ก งบน้อย
บริษัทรับสร้างบ้าน (Design & Build)ออกแบบและก่อสร้างในองค์กรเดียวเจ้าของที่ไม่มีเวลาจัดการ

แนะนำ: สำหรับบ้านพักอาศัยงบ 3–10 ล้านบาท ผู้รับเหมาท้องถิ่นที่มีประสบการณ์มักคุ้มค่ากว่าบริษัทใหญ่ที่มีค่า Overhead สูง แต่ต้องมีสัญญาและ BOQ ที่ชัดเจน

วิธีหาผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ

แหล่งหาผู้รับเหมาที่ดีที่สุดคือ การแนะนำจากคนรู้จัก ที่เคยใช้บริการและพอใจ รองลงมาคือ:

ข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา

จากหลักฐานทางการที่ตรวจสอบได้ จุดตรวจขั้นต่ำที่เช็กได้จริงก่อนเซ็นสัญญาคือ:

ข้อควรระวัง: จากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ในรอบนี้ ยังไม่ควรฟันธงว่าผู้รับเหมาเอกชนทั่วไปทุกแห่งต้องมี "ใบอนุญาตธุรกิจก่อสร้าง" กลางจากกรมโยธาธิการและผังเมือง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเช็กสถานะบริษัทและใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับแบบและงานจริง

สัญญาจ้างก่อสร้างที่ดีควรมีอะไร?

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587–607 สัญญาจ้างทำของ (contracts for services) เป็นสัญญาตามกฎหมาย ซึ่งสัญญาจ้างก่อสร้างที่ดีควรมีข้อกำหนดดังนี้:

หมวดรายละเอียดที่ควรมีในสัญญา
ขอบเขตงานระบุว่าจ้างทำอะไรบ้าง อ้างถึงแบบและ BOQ แนบท้าย
ราคาและงวดงานแบ่งงวดชัดเจน เช่น 20%-30%-30%-20% ตามความคืบหน้า
กำหนดเวลาวันเริ่มงาน วันส่งงาน ค่าปรับกรณีส่งงานล่าช้า (มักกำหนด 0.1–0.5% ต่อวัน)
การรับประกันผลงานรับประกันโครงสร้าง 5 ปี งานทั่วไป 1–2 ปี ตามมาตรฐาน
การเปลี่ยนแปลงงาน (Variation)ขั้นตอนการอนุมัติ Change Order เป็นลายลักษณ์อักษร
ค่าเสียหายค่าปรับ, liability cap, กรณีเลิกสัญญา
เงื่อนไขพิเศษกำหนดวัสดุที่ใช้และสเปค ห้ามแทนด้วยวัสดุคุณภาพต่ำกว่า

⚠️ อย่าจ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า: ค่ามัดจำสูงสุดควรไม่เกิน 10–15% ของมูลค่าสัญญา และถ้าผู้รับเหมาขอเงินล่วงหน้าเกิน 30% ก่อนเริ่มงาน นั่นคือ red flag ชัดเจน

ค่าดำเนินการผู้รับเหมา (Overhead & Profit)

ค่าดำเนินการหรือค่าบริหารงาน (Overhead and Profit) คือส่วนที่ผู้รับเหมาบวกเพิ่มจากต้นทุนวัสดุและแรงงาน ตามอัตราอ้างอิงของกรมบัญชีกลาง:

ขนาดโครงการค่า Overhead & Profit ทั่วไปหมายเหตุ
ต่ำกว่า 2 ล้านบาท15–25%ผู้รับเหมาเล็ก overhead/unit สูงกว่า
2–10 ล้านบาท10–15%อัตรามาตรฐานทั่วไป
10–50 ล้านบาท8–12%มีการต่อรองได้มากกว่า
มากกว่า 50 ล้านบาท5–10%โครงการใหญ่ competitive bidding

5 Red Flags ที่ต้องระวัง

  1. ขอเงินสดเท่านั้น ไม่ออกใบเสร็จ: ไม่มีหลักฐานการจ่าย ถ้าเกิดปัญหาจะไม่มีหลักฐานฟ้องร้อง
  2. ราคาต่ำผิดปกติ (เกิน 20% ต่ำกว่าคู่แข่ง): อาจลดคุณภาพวัสดุหรือตั้งใจเพิ่มค่างานเพิ่มเติมภายหลัง
  3. ไม่มีหน้างาน: รับงานแล้วแทบไม่มาดูหน้างานเอง มอบหมายให้คนงานทำทั้งหมดโดยไม่ควบคุม
  4. ไม่มีใบอนุญาต หลักฐาน หรือผลงานอ้างอิง: ไม่สามารถให้ข้อมูลลูกค้าเก่าได้เลย
  5. กดดันให้เซ็นสัญญาเร็ว: กลัวให้คุณมีเวลาตรวจสอบหรือเปรียบเทียบ

คำถามที่พบบ่อย

ควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมากี่ราย?

อย่างน้อย 3 รายจาก BOQ เดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบราคาและประเมินความเข้าใจงาน ราคาที่ต่ำผิดปกติหรือสูงผิดปกติมากกว่า 20% จากค่ากลาง ควรสอบถามเหตุผลก่อน

ผู้รับเหมาที่ดีควรมีใบอนุญาตอะไร?

จุดที่เช็กได้จากฐานข้อมูลทางการคือ สถานะนิติบุคคลของบริษัทจาก DBD และใบอนุญาตของวิศวกรหรือสถาปนิกที่เกี่ยวข้องจากสภาวิชาชีพ พร้อมตรวจชื่อผู้รับผิดชอบในแบบหรือเอกสารขออนุญาตก่อสร้างให้ตรงกับงานจริง

ค่าดำเนินการผู้รับเหมาทั่วไปเท่าไหร่?

โครงการบ้านพักอาศัยทั่วไป (2–10 ล้านบาท) ค่า Overhead and Profit อยู่ที่ 10–15% ของมูลค่าวัสดุและแรงงาน บวกกับ Contingency อีก 5–10%

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587–607: สัญญาจ้างทำของ. กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม.
  2. พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 36.
  3. พระราชบัญญัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2543. ราชกิจจานุเบกษา.
  4. กรมบัญชีกลาง (2566). หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร. กระทรวงการคลัง.
  5. กรมโยธาธิการและผังเมือง (2565). มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคาร. กระทรวงมหาดไทย.
  6. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (2566). ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมาตรฐานฝีมือ สาขาช่างก่อสร้าง. กระทรวงแรงงาน.
  7. สภาวิศวกร (2566). ข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยจรรยาบรรณวิศวกร พ.ศ. 2566. สภาวิศวกร.
  8. สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย (TCA) (2568). คู่มือการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง.
  9. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) (2566). คู่มือการตรวจสอบสถานะนิติบุคคล. กระทรวงพาณิชย์.
  10. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 80.
  11. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) (2562). จรรยาบรรณวิชาชีพวิศวกรรม.
  12. Clough, R.H. & Sears, G.A. (2005). Construction Project Management (5th ed.). Wiley.
  13. Cushman, R.F. & Loulakis, M.C. (2001). Construction Law Handbook. Aspen Publishers.
  14. กรมบัญชีกลาง (2569). ราคากลางวัสดุก่อสร้างและค่าแรงสำหรับงานก่อสร้างอาคาร ไตรมาส 1/2569.
  15. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) (2566). มาตรฐานงานก่อสร้างอาคารในประเทศไทย.