ทำไมใบเสนอราคาที่ดีจึงสำคัญ?

ใบเสนอราคาเป็นหน้าตาของผู้รับเหมา ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกผู้รับเหมาจากใบเสนอราคาเป็นหลัก ใบเสนอราคาที่ดีต้อง

ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา

  1. อ่านแบบก่อสร้างให้ครบ

    อ่านแบบทุก discipline: โครงสร้าง (ST), สถาปัตยกรรม (AR), ไฟฟ้า (EE), ประปา-สุขาภิบาล (SN) รวมถึงรายการประกอบแบบ (Specifications) ที่ระบุ spec วัสดุและมาตรฐานงาน เข้าใจ scope ทั้งหมดก่อนเริ่มถอดปริมาณ

  2. ถอดปริมาณงาน (Quantity Takeoff)

    วัดขนาดจากแบบ คำนวณปริมาณวัสดุแต่ละรายการ และบันทึกข้อมูลอ้างอิงของปริมาณลงใน Backup Sheet เพื่อให้สามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ภายหลัง

  3. ตั้งราคาวัสดุ

    ใช้ราคาวัสดุปัจจุบันจากตลาดจริง ไม่ใช่ราคาเก่าจากงานก่อนหน้า โดยอ้างอิง ราคาวัสดุก่อสร้างอัปเดต หรือสอบถามจากร้านค้าโดยตรง

  4. คิดค่าแรง

    ค่าแรงมี 2 แบบหลัก: จ้างเหมา (Lump Sum) คิดเป็นราคาต่อหน่วยงาน เช่น ค่าก่อผนัง 400-600 บาท/ตร.ม. หรือ จ้างรายวัน คิดตามจำนวนวันทำงาน

  5. เพิ่มค่าดำเนินการและกำไร

    ค่าดำเนินการ (Overhead) 5-10% รวมค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าบริหารงาน และกำไร (Profit) 10-15%

  6. จัดทำเอกสารเสนอราคา

    รวม BOQ + Backup Sheet + เงื่อนไข + ราคารวม VAT เป็นเอกสารที่พร้อมส่งลูกค้า

โครงสร้างราคาค่าก่อสร้าง

ราคาค่าก่อสร้างประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน

ส่วนประกอบสัดส่วน (%)รายละเอียด
ค่าวัสดุ45 - 55%คอนกรีต เหล็ก อิฐ กระเบื้อง สี ท่อ สายไฟ สุขภัณฑ์
ค่าแรง25 - 35%ช่างไม้แบบ ช่างเหล็ก ช่างก่อ ช่างสี ช่างไฟ ช่างประปา
ค่าดำเนินการ (OH)5 - 10%ค่าเช่าอุปกรณ์ นั่งร้าน เครน เกรด รถยก ค่าน้ำ-ไฟหน้างาน
กำไร (Profit)10 - 15%กำไรที่ต้องมีเพื่อรองรับความเสี่ยงและต้นทุนที่ไม่คาดคิด

📐 สูตร: ราคาเสนอ = (ค่าวัสดุ + ค่าแรง) × (1 + OH%) × (1 + Profit%) + VAT 7%

ค่าแรงช่างก่อสร้าง 2569 (อ้างอิง)

ประเภทช่างจ้างรายวัน (บาท/วัน)จ้างเหมา (บาท/หน่วย)
ช่างไม้แบบ500 - 700ค่าแบบ 250-400 บาท/ตร.ม.
ช่างเหล็ก500 - 650ค่าผูกเหล็ก 5-8 บาท/กก.
ช่างก่อ-ฉาบ500 - 700ค่าก่อ 400-600 บาท/ตร.ม. ค่าฉาบ 200-350 บาท/ตร.ม.
ช่างปูกระเบื้อง500 - 700300-500 บาท/ตร.ม.
ช่างสี450 - 600100-200 บาท/ตร.ม.
ช่างไฟฟ้า600 - 900800-1,500 บาท/จุด
ช่างประปา500 - 800800-1,200 บาท/จุด

ดูข้อมูลค่าแรงเต็มได้ที่ ค่าแรงช่าง 2569

เคล็ดลับทำใบเสนอราคาให้ชนะงาน

1. แยกรายการให้ชัดเจน

ลูกค้าชอบผู้รับเหมาที่เปิดเผยรายละเอียด ไม่ใช่แค่บอกยอดรวมก้อนเดียว แยกเป็นหมวดงาน (ST/AR/EE/SN) แต่ละหมวดมีรายการย่อย หน่วย ปริมาณ ราคา

2. แนบ Backup Sheet

Backup Sheet ช่วยสรุปข้อมูลอ้างอิงของปริมาณแต่ละรายการ ทำให้ลูกค้าเห็นที่มาของตัวเลขได้ชัดขึ้น และช่วยให้ตรวจสอบงานได้ง่ายขึ้น

3. ระบุ spec วัสดุให้ชัด

ระบุยี่ห้อ รุ่น ขนาด สี ของวัสดุแต่ละรายการ เพื่อป้องกันปัญหา "เข้าใจไม่ตรงกัน" ภายหลัง เช่น "กระเบื้อง 60×60 ซม. แกรนิตโต้ สีเทาเข้ม ยี่ห้อ..." ไม่ใช่แค่ "กระเบื้อง 60×60"

4. ใส่เงื่อนไขให้ครบ

ใบเสนอราคาที่ดีต้องระบุ

5. ใช้ราคาวัสดุอัปเดต

ราคาวัสดุก่อสร้างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้รับเหมาที่ใช้ราคาเก่ามีโอกาสขาดทุนสูง ใช้ ราคาวัสดุก่อสร้างอัปเดต เป็นฐานอ้างอิง

ตัวอย่างโครงสร้างใบเสนอราคา

ลำดับรายการ
1หน้าปก — ชื่อโครงการ ชื่อลูกค้า วันที่ เลขที่เอกสาร
2สารบัญ — รายการหมวดงานทั้งหมด
3BOQ สรุป — แบ่งตามหมวดงาน (ST/AR/EE/SN) พร้อมราคารวม
4BOQ รายละเอียด — แต่ละรายการมี หน่วย ปริมาณ ราคา/หน่วย รวม
5Backup Sheet — ข้อมูลอ้างอิงและที่มาปริมาณของแต่ละรายการ
6ค่าดำเนินการ + กำไร
7ราคารวมสุทธิ + VAT 7%
8เงื่อนไข — ระยะเวลา งวดงาน ประกัน สิ่งที่รวม/ไม่รวม

ข้อผิดพลาดที่ผู้รับเหมามักทำ

จัดทำ BOQ และใบเสนอราคาด้วย ezBOQ

ระบบถอดปริมาณอัตโนมัติ + Backup Sheet สำหรับดูข้อมูลอ้างอิง + ออกใบเสนอราคาพร้อมส่ง
เพิ่มโอกาสชนะงานด้วยใบเสนอราคาที่มืออาชีพ

สรุป

การจัดทำใบเสนอราคาที่ดีเป็นทักษะสำคัญของผู้รับเหมามืออาชีพ จำหลักการเหล่านี้ไว้

  1. ถอดปริมาณด้วยตัวเองเสมอ — อย่าพึ่งพาตัวเลขจากคนอื่น
  2. แนบ Backup Sheet ทุกรายการ — สร้างความน่าเชื่อถือ
  3. ใช้ราคาวัสดุปัจจุบัน — ป้องกันการขาดทุน
  4. คิดกำไรให้เหมาะสม — OH 5-10% + Profit 10-15%
  5. ระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน — ระยะเวลา งวดงาน ประกัน scope

เริ่มจัดทำ BOQ และใบเสนอราคาอย่างเป็นระบบด้วย ezBOQ ออกแบบมาเพื่อผู้รับเหมาไทยโดยเฉพาะ