BOQ คืออะไร ทำไมบ้าน 2 ชั้นต้องมี BOQ

BOQ (Bill of Quantities) คือเอกสารสรุปรายการปริมาณงานและวัสดุทั้งหมดที่ใช้ในโครงการก่อสร้าง โดยแยกเป็นหมวดหมู่ตาม discipline ทางวิศวกรรม เพื่อให้สามารถคำนวณต้นทุน จัดทำใบเสนอราคา และควบคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ

สำหรับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งเป็นประเภทอาคารที่นิยมสร้างมากที่สุดในประเทศไทย การทำ BOQ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะบ้าน 2 ชั้นมีความซับซ้อนมากกว่าบ้านชั้นเดียวในหลายจุด ได้แก่

วิศวกรที่มีประสบการณ์จะบอกตรงกันว่า การทำ BOQ ที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหา "ขอเพิ่มงาน" ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบานปลายด้านงบประมาณ

หมวดงานหลักใน BOQ บ้าน 2 ชั้น

BOQ ของบ้าน 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก (discipline) ตามมาตรฐานวิศวกรรมที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย ดังนี้

รหัสหมวดงานรายการงานหลัก
STงานโครงสร้างเสาเข็ม, ฐานราก, คานคอดิน, เสา, คาน, พื้น (Slab), บันได, คอนกรีตหล่อ, เหล็กเสริม, ไม้แบบ
ARงานสถาปัตยกรรมก่อผนังอิฐมวลเบา/อิฐแดง, ฉาบปูน, ปูกระเบื้องพื้น-ผนัง, ฝ้าเพดาน, งานสี, ประตู-หน้าต่าง-วงกบ, หลังคา (โครงเหล็ก + กระเบื้อง), รางน้ำฝน
EEงานไฟฟ้าจุดไฟฟ้าแสงสว่าง, สวิตช์, เต้ารับ, สายไฟ, ท่อร้อยสาย, ตู้ MDB/DB, สายดิน, กริ่ง/อินเตอร์คอม
SNงานประปา-สุขาภิบาลท่อน้ำประปา (PPR/PE), ท่อระบายน้ำ (PVC), สุขภัณฑ์, ก๊อกน้ำ, เครื่องทำน้ำอุ่น, บ่อพักน้ำ, บ่อเกรอะ-บ่อซึม, ถังเก็บน้ำ

💡 เคล็ดลับ: บ้าน 2 ชั้นขนาดพื้นที่ใช้สอย 150-250 ตร.ม. โดยทั่วไปจะมีรายการใน BOQ ประมาณ 80-150 รายการ ขึ้นอยู่กับความละเอียดของแบบและระดับการตกแต่ง

งานโครงสร้าง (ST) — หมวดที่ต้นทุนสูงสุด

งานโครงสร้างมักคิดเป็น 30-40% ของต้นทุนก่อสร้างทั้งหมด สำหรับบ้าน 2 ชั้นจะมีรายการหลักดังนี้

งานสถาปัตยกรรม (AR) — หมวดที่รายการมากที่สุด

งานสถาปัตย์จะมีจำนวนรายการมากที่สุดใน BOQ เพราะครอบคลุมงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคาร

งานไฟฟ้า (EE)

ระบบไฟฟ้าสำหรับบ้าน 2 ชั้น ถอดเป็นจำนวน "จุด" เป็นหลัก

งานประปา-สุขาภิบาล (SN)

ระบบประปาและสุขาภิบาลถอดตาม "จุด" และ "ชุด" ประกอบด้วย

ขั้นตอนการถอด BOQ บ้าน 2 ชั้น

การถอด BOQ ที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมมี 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. อ่านแบบก่อสร้างให้ครบทุก Discipline

    เริ่มต้นจากการอ่านแบบก่อสร้างทั้งหมดอย่างละเอียด ได้แก่ แบบโครงสร้าง (ST), แบบสถาปัตยกรรม (AR), แบบไฟฟ้า (EE), แบบประปา-สุขาภิบาล (SN) รวมถึง รายการประกอบแบบ (Specifications) ซึ่งระบุประเภทวัสดุ มาตรฐาน และวิธีการทำงาน การอ่านแบบให้ครบก่อนจะช่วยให้เห็นภาพรวมของโครงการและไม่ตกหล่นรายการงาน

  2. แบ่งหมวดงานตาม Discipline (ST / AR / EE / SN)

    จัดกลุ่มรายการงานทั้งหมดออกเป็นหมวด โดยใช้รหัสมาตรฐาน ST, AR, EE, SN ภายในแต่ละหมวดให้แบ่งเป็นรายการย่อยตามประเภทงาน เช่น หมวด ST แบ่งเป็น เสาเข็ม, ฐานราก, เสา, คาน, พื้น, บันได โดยแต่ละรายการจะระบุ: ชื่อรายการงาน, หน่วย, ปริมาณ, และราคาต่อหน่วย

  3. ถอดปริมาณจากแบบ (Quantity Takeoff)

    นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดและต้องการความละเอียดสูง หลักการคือ วัด Dimension จากแบบ → คำนวณปริมาณตามหน่วยที่กำหนด

    • งานคอนกรีต → คำนวณปริมาตร (กว้าง × ยาว × สูง/ลึก = ลบ.ม.)
    • งานเหล็กเสริม → คำนวณจากรายละเอียดเหล็ก (จำนวนเส้น × ยาว × น้ำหนักต่อเมตร = กก.)
    • งานไม้แบบ → คำนวณพื้นที่หน้าสัมผัส (ตร.ม.)
    • งานผนัง/ฉาบ/สี/กระเบื้อง → คำนวณพื้นที่ (กว้าง × สูง = ตร.ม.) หักช่องเปิด
    • งานระบบ → นับจุดหรือชุด
  4. ใส่วัสดุและราคา

    เมื่อได้ปริมาณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือใส่ข้อมูลวัสดุ (ยี่ห้อ, spec, แหล่งซื้อ) และราคาต่อหน่วย โดยราคาวัสดุควรอ้างอิงจากราคาตลาดปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาเก่าที่เคยใช้ในโครงการก่อนหน้า การใช้ราคาที่ outdated เป็นสาเหตุหลักของการประมาณราคาผิดพลาด

  5. รวมเป็น BOQ + Backup Sheet

    BOQ คือเอกสารสรุปรายการงานพร้อมราคา ส่วน Backup Sheet คือเอกสารสรุปข้อมูลอ้างอิงและที่มาของตัวเลขในแต่ละรายการ ช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าแต่ละรายการอ้างอิงข้อมูลอะไรบ้าง BOQ ที่ดีควรมีเอกสารอ้างอิงกำกับอย่างชัดเจน

  6. ออกใบเสนอราคา (Quotation)

    นำข้อมูลจาก BOQ มาจัดรูปแบบเป็นใบเสนอราคาที่พร้อมส่งลูกค้า โดยอาจเพิ่มรายการ: ค่าดำเนินการ (Overhead), กำไร (Profit), ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และเงื่อนไขการชำระเงิน

ตัวอย่างรายการงานโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ตารางด้านล่างแสดงตัวอย่างการคำนวณปริมาณงานโครงสร้างของบ้าน 2 ชั้นทั่วไป พื้นที่ใช้สอยประมาณ 180 ตร.ม.

รายการงานขนาด / สูตรคำนวณปริมาณตัวอย่างหน่วย
ฐานราก (Footing)1.5 × 1.5 × 0.3 ม. = 0.675 ลบ.ม./ฐาน9 ฐาน ≈ 6.08 ลบ.ม.ลบ.ม.
เสา (Column)0.20 × 0.20 × 3.0 ม. = 0.12 ลบ.ม./ต้น18 ต้น ≈ 2.16 ลบ.ม.ลบ.ม.
คานคอดิน (Ground Beam)0.20 × 0.40 ม. × ความยาวรวมรวม ~45 ม. ≈ 3.60 ลบ.ม.ลบ.ม.
คาน (Beam)0.15 × 0.40 ม. × span (แต่ละท่อน)รวม ~80 ม. ≈ 4.80 ลบ.ม.ลบ.ม.
พื้น ชั้น 2 (Slab)พื้นที่ × ความหนา 0.10 ม.~90 ตร.ม. ≈ 9.00 ลบ.ม.ลบ.ม.
บันได (Stair)กว้าง 1.0 ม. × ยาวเฉลี่ย × หนา 0.15 ม.≈ 1.20 ลบ.ม.ลบ.ม.
เสาเข็มI-0.22 × 0.22 ม. ยาว 15 ม.9 ฐาน × 4 ต้น = 36 ต้นต้น

📝 หมายเหตุ: ตัวเลขด้านบนเป็นค่าประมาณสำหรับบ้าน 2 ชั้นมาตรฐาน ปริมาณจริงจะแตกต่างไปตามแบบก่อสร้างของแต่ละโครงการ ควรถอดปริมาณจากแบบจริงเสมอ อย่าใช้ตัวเลขอ้างอิงเพียงอย่างเดียว

การคำนวณเหล็กเสริมเบื้องต้น

นอกจากปริมาณคอนกรีตแล้ว เหล็กเสริมเป็นอีกรายการที่ต้องถอดควบคู่กัน โดยมีหลักการเบื้องต้นดังนี้

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อทำ BOQ ด้วย Excel

วิศวกรและผู้รับเหมาส่วนใหญ่ยังคงทำ BOQ ด้วย Microsoft Excel ซึ่งแม้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็มีปัญหาที่พบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายโครงการ

⚠️

สูตรซ่อนในเซลล์

สูตรคำนวณฝังอยู่ในเซลล์ที่มองไม่เห็น เมื่อคนอื่นมารับงานต่อ ต้องไล่ click ทีละเซลล์เพื่อตรวจสอบว่าคำนวณถูกต้องหรือไม่

📋

Copy-Paste ผิด Version

ไฟล์ BOQ มักมีหลาย version ที่ส่งกลับไปกลับมาทาง email การ copy ข้อมูลผิดไฟล์ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกัน เกิด "ราคาผี" ในใบเสนอราคา

📄

ไม่มี Backup Sheet แยก

หลายไฟล์ BOQ มีแต่ตัวเลขสรุปสุดท้าย ไม่มีเอกสารแสดงที่มาของการคำนวณ ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ว่าปริมาณแต่ละรายการมาจากการวัดตรงไหนของแบบ

💰

ราคาวัสดุ Outdated

ราคาวัสดุก่อสร้างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ไฟล์ Excel มักใช้ราคาเดิมที่เคย key ไว้นานหลายเดือน ทำให้ใบเสนอราคาไม่สะท้อนต้นทุนจริง

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความไม่สะดวก แต่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขาดทุนของโครงการ วิศวกรที่ต้องรับผิดชอบ BOQ หลายโครงการพร้อมกันจะเข้าใจดีว่า การจัดการไฟล์ Excel จำนวนมากนั้นเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดมากแค่ไหน

ezBOQ ช่วยทำ BOQ บ้าน 2 ชั้นได้อย่างไร

ezBOQ คือระบบจัดการ BOQ ออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อวิศวกรและผู้รับเหมาไทยโดยเฉพาะ ช่วยลดเวลาและความผิดพลาดในการทำ BOQ

เริ่มทำ BOQ บ้าน 2 ชั้นอย่างเป็นระบบ

สมัครใช้ ezBOQ ฟรี 7 วัน ลองสร้าง BOQ จากโครงการจริงของคุณ
ถ้าพอใจสามารถอัปเกรดเป็น BASIC ฿3,900/ปี หรือ LIFETIME ฿12,000 ได้ทันที

สรุป

การถอด BOQ บ้าน 2 ชั้น ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับวิศวกรที่มีระบบ แต่จะกลายเป็นฝันร้ายถ้าทำแบบไม่มีแบบแผน สิ่งสำคัญที่สุดคือ

  1. อ่านแบบให้ครบทุก discipline ก่อนเริ่มถอด
  2. แบ่งหมวดงานชัดเจน ตาม ST / AR / EE / SN
  3. ถอดปริมาณจากแบบจริง ไม่ใช่จากการเดาหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
  4. ใช้ราคาวัสดุปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาเก่าจากโครงการก่อน
  5. ทำ Backup Sheet ทุกรายการเพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้

หากต้องการเครื่องมือที่ช่วยจัดการกระบวนการทั้งหมดนี้ในที่เดียว ลองใช้ ezBOQ ซึ่งออกแบบมาเพื่องาน BOQ ก่อสร้างโดยเฉพาะ